A y a z d u B's profile- Ayazdub -PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
- Ayazdub -- - - - - - - - - - ///* + * | | W a i t i n g - F o r - S o m e o n e | | * + *\\\ - - - - - - - - - - |
|||||||
|
7/17/2007 ล า ก่ อ น *"ในเมื่อเธอยื่นคำขาด เราก็ไม่อาจเปนเพื่อนกันอีกต่อไป"
เราก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมเราถึงเปนเพื่อนกันไม่ได้
เราเปนฝ่ายผิดหรอ ที่เธอมีคนอื่น
ผิดหรอที่เราทนไม่ได้แล้ว
เรื่องมันก้อนานมาแล้วนะ
เราอุส่าห์ทำใจอยู่ตั้ง 2 ปี
เพื่อที่เธอจาให้เวลาเราคิด 10 วิ ว่าจากลับมาคบกันไหม
เพื่อที่เธอจาบอกว่าเธอยังรักเรา ไม่เคยลืมเรา (แต่ไม่เคยติดต่อเราก่อน)
เพื่อที่เธอจาบอกว่า ถ้าไม่เหมือนเดิมก้ออย่าเจอ อย่าคุยกันอีกเลยย
"ลาก่อน"
....
....
ตึง!!
อยากจะบอกว่า รักนะ แต่เราคงไม่กลับไปคบกันอีกแล้วล่ะ
ขอโทดด้วยที่กลัวการกลับไป ขอโทดด้วยที่เชื่อใจไม่ได้อีก
เราให้อภัย แต่เราคงไม่สามารถลืมช่วงเวลาที่มันทรมานได้
ขอโทดจิงๆ
ปล. และแล้วก้อยังไม่ได้เบอร์โทรศัพท์ อาจารย์เข้ม กะ พี่ติ๊ก
แล้วฉันจากลับไปซ้อมอ่ะ คิดถึงแก๊งค์ลูกเป็ดจัง ลืมกันรึยัง? 6/8/2007 เ ห ง า ภ า ค 2" เ ห ง า "
อีกแล้ว ทามมายไม่รุ รุแต่ว่าเหงา
เปนความรุสึกที่ไม่มีเหตุผลจริงๆ
ดูมันทึมๆ อึนๆ แปลกๆ ล่องลอย
เปิดเทอมดูเหมือนจาครื้นเครง
แต่จริงๆแล้วมานม่ายเลยอ่ะ
ม่ายรุจาทำอาราย
ม่ายรุจาไปไหน
ไม่อยากกลับบ้านเรวๆ
แต่ก้อไม่รุจาทำอาราย
กลับไปก้อเหมือนอยู่คนเดียว
เด๋วนี้ชอบฟังเพลงเศร้า ฟังแล้วมานก้อยิ่งเศร้าเข้าไปใหญ่
ท่วงทำนองเพลงมานเจาะอารมณ์มาก(แม้จาแปลไม่ออกก็ตาม)
ทำตัวยังกะคนอกหัก ทั้งๆที่ไม่มีใครให้หักอก
...
..
เฮ้ออ!!
เมื่อไรชีวิตจามีอะไรๆเหมือนในนิยาย
บางทีเราอาจจะฝันมากไป
แต่เราก็เต็มใจที่จะอยู่ในโลกของความฝัน
ในเมื่อโลกของความจริงนั้นมันเงียบเหงาเกินไป
อยากจะหลับไปตลอด หลับและฝันถึงสิ่งต่างๆ
ผู้คน ต้นไม้ ฟากฟ้า ดวงดาว และเรื่องราวที่ไม่มีทางเป็นจริง
มีปัญญาทำได้แค่เพ้อ พร่ำเพ้อไปวันๆ
เกิดมาเพื่อหายใจทิ้งรึไงเนี่ย
ไม่มีเป้าหมายในชีวิต
ไม่มีสิ่งสำคัญ
ไม่มีความหวัง
ไม่มีกำลังใจ
ไม่มีใคร
ไม่มีอะไรเลย
". . . . . ."
4/30/2007 Live in Melbourne6/4/07
ขึ้นเครื่องบินคนเดียวครั้งแรกอ่ะ มั่วซั่วโคดๆ ได้ข่าวว่าขึ้นเครื่องคนสุดท้าย ขึ้นไปก้อดูหนังไป 5 เรื่อง
หลับอีกหนึ่งตื่น กินอาหารไป 2 มื้อ กว่าจาถึง พอถึงก้อออกแนวโง่อีก พยายามตามชาวบ้านเค้าไป
พอเค้าตรวจพาสปอร์ตเสร็จ แล้วเค้าก้อเรียกพนักงานมาเอาตัวเราไปสอบถามเว้ย(กูทำไรผิดเนี่ย?)
พอถามจนหนำจัยมันแล้วก้อไสหัวเราไป ตอนไปเอากระเป๋า กระเป๋าเราเปิดเละกระจุยกระจายเลย
แย่ว่ะ สงสัยล็อคเสีย รองเท้าหายไปคู่นึง รองเท้าใหม่ด้วย จากนั้นเลยพยายามปิดกระเป๋าอยู่ตรงนี้น
อับอายสุดๆ ฟัดกับกระเป๋าจนเหงื่อแตก ในที่สุดก็ออกจากแอร์พอร์ตได้ น้ากับแฟนมารับอยู่ที่ด้านนอก
บ้านน้าเราอยู่โคดนอกเมืองเลย ถนนที่นี่ก้อเหมือนๆประเทศไทยอ่ะ แค่ป้ายเป็นภาษาอังกฤษ
กับรถน้อยกว่า5เท่า มีเซเว่น กะ วีดีโออีซี่ด้วย นึกว่าอยู่ประเทศไทยเลยทีเดียว
7/4/07
วันนี้หลานเพื่อนน้าเรามาที่บ้านชื่อ โอม กับ พี่เอม มากินสปาเก็ตตี้กัน เพราะเฮนรี่(แฟนน้าเรา)ทำให้กิน
แล้วเฮนรี่ก้อสอนเล่นไพ่ poker ตอนแรกก็มึนๆ หลังๆเริ่มคล่องกวาดชิปมาหมดโต๊ะเลย i'm a winner
ใครจาเชื่อว่าไม่เคยเล่นมาก่อน โธ่ๆ ก้อคนมานมีพรสวรรค์อ่ะ ทำไงได้!!! 5555 คาสิโนจ๋ารอก่อนนะจ้ะ
ตอนเย็นน้าเราพาไปตลาดที่ box hill โอ้โห!!นี่เราอยู่เมืองไทยรึป่าวเนี่ยมีขายทุกอย่าง แม้กระทั่งโก๋แก่
พี่เอมกับโอมเรียกตลาดนี้ว่า "ตลาดหัวดำ"เพราะมีแต่คนเอเชียเต็มไปหมด แล้วเสียงพ่อค้าเรียกลูกค้า
น่ากลัวมากอ่ะ ยังกะคนตีกัน ตะโกนแข่งกันแบบว่า นี่มานงานแข่งตะโกนอวอร์ดรึไง ไม่ต้องตะโกนก็ได้
พอซื้อของเสร็จ น้าก็พาเราไปที่ร้าน Tomyum Thai Cuisine เป็นร้านที่น้าเราทำงานพิเสดอยู่
มี พี่นิคกี้ พี่อุ๊ กับ ป้าตุ่ม ทำงานอยู่ด้วย ทุกคนใจดีมากๆเลย ไม่ให้เราช่วยงานสักอย่าง (ขอทำมั่งจิ!!)
ก่อนเปิดร้านทุกคนก้อจะทำกับข้าว(อาหารไทย) มานั่งกินกัน ทำอร่อยมากๆเลย(ก้อนี่มานร้านอาหาร)
และในที่สุดเราก้อได้งานนั่งพับกระดาษทิชชู่อยู่หน้าเคาน์เตอร์ พับจนชำนาญอ่ะ เอาไปทำมาหากินได้ละ
พอลูกค้าเรียกไปรับออเดอร์ เราก้อแบบ อึ้ง!! ฟังไม่รุเรื่อง ทำหน้าโง่ๆใส่เค้าแล้วก้อไปเรียกน้ามาช่วย
พอใกล้ๆจาปิดร้านทุกคนจาไม่ค่อยมีงานทำละ ก้อมารวมหัวกันเม้าท์ลูกค้าแบบระยะเผาขนเปนการฆ่าเวลา
ตอนปิดร้านได้รับแบ่งทิปมา 5$ จากการที่ช่วยพับกระดาษ(แค่เนี้ยะ) ยังไม่ได้ทำอารายเลย ได้เงินซะงั้น
8/4/07
วันนี้น้าเราสอนขึ้นรถไฟ ซื้อตั๋วจากเครื่องราคา 9.70$ แต่ถ้าวันอาทิตย์จาเปน 2.50$ เพราะ
เปนบัตร Sunday Saver ประเทศนี้ซื้อตั๋วเดียวขึ้นได้ทุกสิ่งอย่างทั้งรถไฟ รถราง(tram) รถบัส จากสถานีที่ใกล้บ้านที่สุดคือ mooroolbark ไปในเมืองคือ flinder st. ใช้เวลาประมาน 1 ชม.
สถานี flinder อยู่ตรงข้าม Federation Square ซึ่งเปนตึกที่เท่ห์โคดพระเจ้า ดูล้ำว่ะ
ในนั้นเปนเรื่องเกี่ยวกับศิลปะ มีลานแสดงด้วย ข้างหลังเปนแม่น้ำ yarra วิวเมืองจากมุมนี้งามหลาย
มีชิงช้าสวรรค์ กะ ม้าหมุนด้วย(ออกแนวงานวัดนะนี่) จากนั้นก้อไปที่ Victoria State Library
China town เดินทัวร์รอบๆ Swanton st. และแล้วสวรรค์ก้อทรงโปรด ฟากฟ้าได้ประทาน
โบ๊ทใหญ่ มาให้ เราเจอกันโดยบังเอิญ ขณะที่เรากะลังถ่ายรุปกะรุปปั้นสูบบุหรี่อยู่ ก้อมีเสียงคนเรียก
หันไปเจอโบ๊ทนี่รุสึกว่า รอดตายแล้วกู!! ถามได้ความมาว่าโบ๊ทไปเรียนภาษาที่ RMIT
พอแยกกันเราก้อไปซื้อซิมมาใส่โทรศัพท์ยี่ห้อ Yes Optus ราคาตั้ง 30$ แพงว่ะ เปลืองตังค์ว่ะ!! 4 โมงเย็นเราไปบ้านพี่สาวของเฮนรี่กัน เพราะวันนี้มีเลี้ยงวันเกิดของเฮนรี่ มีคนมาเปนสิบ
น้าเราก้อแนะนำเรากับทุกคน พอแนะนำกันเรียบร้อย เราก็ไปนั้งจ๋องอยู่คนเดียวยังกะคนต่างด้าว
(ก็ใช่นิ) สักพักก้อเหลือบไปเห็นไอ้เด็กตัวกะเปี๊ยก น่ารัก เปนหลานเฮนรี่ ชื่อ เซอเวีย ก็เลยเล่น
กับเด็ก เพราะเด็กมานพูดไม่รุเรื่อง เราก้อพูดไม่รุเรื่อง เย้ๆ!! เข้ากันได้
ตอนกลับออกมาจากบ้านพี่สาวเฮนรี่ แบบว่ามืดสุดขีด เพราะว่าอยู่บนเขา แต่ว่าดาวเยอะและสวยมาก
เหนทางช้างเผือกกานเลยทีเดียว ขณะที่น้องเขยเฮนรี่ขับรถไปส่งที่บ้าน ก้อเกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้น
เจอไฟป่าครับพี่น้อง ไฟมันไหม้ป่า เปลวไฟสูงมาก ป่าเปนสีแดงส้ม ควันเต็มเลย มีเสียงปะทุกันของไม้
น่ากัวโคดเทพ (แต่มานไม่ได้ไหม้ถนนนะ) เราผ่านป่านั้นไปด้วยความอลังการ กะจาถ่ายรุปมาแล้ว
มัวแต่ตะลึงอยู่ แล้วเค้าก็รีบขับรถออกไปด้วย ถ่ายไม่ทันเลย เสียดายว่ะ ครั้งหนึ่งในชีวิต!!
9/4/07
ไป Lilydale Lake เป็นทะเลสาบแล้วมีสวนสาธารณะอยู่รอบๆ สวยมากๆ โดยเฉพาะตอนพระอาทิตย์ตก
อากาศก็กำลังดี ไม่หนาวมาก เย็นดี มีเป็ดกะหมาเต็มเลย ให้ลงไปเล่นน้ำกะเป็ดได้ แต่ห้ามให้อาหารเป็ด
มีคนมาพายเรือแคนนู หรือ คายัค(ไม่แน่ใจ)ด้วย มีที่ให้ทำบาร์บีคิวด้วย กลิ่นหอมเยี่ยงหมูย่างสวนจตุจักร ปล.เด๋วมาเล่าต่อ....
4/3/2007 เ ล็ ท ส ะ โ ก ทู เ ม ล เ บิ ร์ นเด๋วจาไปออสเตรเลียแล้วนะคะเพื่อนๆ กลับวันที่ 21 เมษายน หรืออาจจานานกว่านั้น
อดเล่นสงกรานต์เลย ให้ตายสิพับผ่า!! คิดซะว่าหนีร้อน ที่เมลเบิร์น 21 องศาเซล
แต่ที่เมืองไทย 41 องศาเซล เหอะ!!ร้อนจนเม็ดเลือดขาวกลายเปนเม็ดเลือดดำแล้ว
แต่คราวนี้ไปอยู่บ้านน้า ไปเที่ยวคนเดียว ตายแน่ กลัวหลงทาง ภาษาก้อยิ่งโง่ๆอยู่
แต่เราว่าอาจจาตายตั้งแต่แอร์พอร์ตแล้ว อาจจามึนจนหาทางออกไม่เจอ
หรือไม่ก้อโดนจับข้อหาลักลอบนำของหนีภาษีเข้าประเทศ (เว่อไปมั้ย?)
จริงๆแล้ว กะว่าจาไปตามหาเนื้อคู่ที่นั่น (หมายถึงคนไทยที่อยู่ที่นั่น O_O')
แบบวางแผนไว้ว่า หลงทาง แล้วก้อหาคนไทยที่หน้าตาหล่อๆ แล้วขอให้เค้าช่วย
แล้วจากนั้นเราก้อชวนคุยจนเปนเพื่อนกาน และก้อขอเบอร์ไว้ในฐานะที่รุจักกานแล้ว
จากนั้นก้อแกล้งทำเปน ขอให้ช่วยพาทัวร์หน่อย หุหุหุ แค่คิดก้อหื่นแล้ววว!!!
พอจากลับก้อบีบน้ำตา แล้วกล่าวว่า "นายต้องไม่ลืมเรานะ ทาเคชิ (นามสมมุติ)"
เพ้อไปไกลแล้วกู แต่ถ้าได้เจงๆนะ จากลับมาเขียนนิยายสักเรื่อง 555
เพื่อนๆเปนกำลังใจให้เราด้วยนะคะ โหวตเบอร์หนึ่งค่ะ(ไม่ได้ประกวดนางงามเฟ้ย!!)
ปล.ได้ข่าวว่าไปอีก 2 วันนี้ ของยังไม่จัด เงินยังไม่แลก มัวแต่เล่นเกมส์
ปล.อีกที อยากได้ซีดี เซียนกระบี่พิชิตมาร ใครมี ใครเจอ บอกด้วย จาลงแดงแล้ว
3/26/2007 เ ห ง๊ า . . . เ ห ง า" เ ห ง า "
ยิ่งอ่านนิยายน้ามเน่าแล้วมานก้อยิ่งเหงา อยากมีแฟนเปนลูกชายยมทูตผู้หล่อเหลามั่งจัง อยากมีคนที่ยอมตายให้เราม่างจัง
อยากนอนหลับฝันถึงชายในฝันบ่อยๆ แม้ชายในฝันจะเปนแค่เงาดำๆ และมีเครื่องหมาย ? อยู่กลางตัว
อยากมีความรักจริงๆมั่งจัง [กูบ้าไปแล้ว(วันนี้ออกแนวเพ้อๆนะ)] 2/11/2007 ค ว า ม ดี ที่ ฉั น เ ค ย ทํ าเช้าวันหนึ่งตอนอยู่ ม.5 เวลาใกล้จาเข้าแถวแล้ว
ขณะที่กำลังเดินจาไปขึ้นรถหน้าปากซอย
เจอผู้หญิงแก่ๆคนนึง ขาพิการ เค้าเรียกเอาไว้
บอกว่าให้ช่วยเรียกรถแท๊กซี่ให้หน่อย
เพราะว่าเค้าเรียกแล้วไม่มีใครรับเค้าเลย
เราก้อเลยอยู่รอเรียกรถให้เค้า
ในใจก้อกัวไปไม่ทันเพราะ จามผ.แล้ว
แล้วก้อไปไม่ทันจิงๆ เหอะๆ แต่ก้อแอบภูมิใจนิดนึงว่า เปนคนดี 555
หลายวันต่อมาเราก็ออกจากบ้านสายอีกเช่นเคย
แล้วเราก็เจอผู้หญิงคนนั้นอีก เราก้อเลยถามเค้าว่าให้ช่วยอารายไหม
เค้าก็ให้เราเรียกแท๊กซี่ให้อีก เค้าจาไปโรงพยาบาล
แล้วพอดีพี่ที่เราปลื้ม กะลังจาไปโรงเรียนเหมือนกาน
เค้าก้อเรียกเรา เราก้อเลยบอกให้ไปก่อน
เรารอเรียกรถให้ป้าเค้าก่อน พอเสดแล้วพี่เค้าก้อยังรออยู่
ก้อเลยไปโรงเรียนพร้อมกาน(เคลิ้ม แอบดีใจ) สายโด่งเลยคราวนี้
จนเค้าเลิกตรวจแถวไปแล้ว เหอะๆ รอดตาย!!
อ่อๆวันนั้น 20 มิถุนายน 2547 วันเกิดน้องเรา
ตอนเยนเราไปหาซื้อของขวัญวันเกิดให้น้อง แถวหน้าโรงเรียน
เข้าไปซื้อพวงกุญแจที่ร้านๆนึง ราคาร้อยกว่าๆ
พี่คนขายก้อถามว่า นี่น้องคนที่ช่วยคุณยายเมื่อเช้าใช่ไหม
เราก้อบอกว่า ใช่ พี่เค้าก้อบอกว่านี่พี่เหนยายแกยืนตั้งนานแล้วไม่มีครายไปช่วยเลย
พี่อยู่ที่ร้านข้าวมันไก่ ฝั่งตรงข้าม เหนน้องช่วยคุณยาย น้องเปนคนดีมากเลย
พี่ลดราคาให้ละกาน เราเลยได้พวงกุญแจมาในราคา 60 บาท
รู้สึกดีมากๆเลยอ่ะ ดีใจที่ได้ลดด้วย ดีใจที่มีคนชมด้วย
ทำดีโดยที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน สุดท้ายก้อมีคนเหนเองอ่ะ
นี่คือการทำความดีครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเราละ
มานไม่ได้ยิ่งใหญ่ในด้านการกระทำ แต่ยิ่งใหญ่ในความรุสึกที่ได้รับ
รุสึกสุขสุดๆอ่ะ สุขแบบกรุ้มกริ่มๆอยู่กะตัวเอง ยิ้มกลับบ้านอ่ะ(คนอื่นงงอ่ะ)
แล้วก้อไม่ได้เล่าให้ครายฟังซะเท่าไร เพราะว่าลืมเล่า!!เหอะๆ
วันนี้เอามาลงสเปซ เพราะไปอ่านเวบธรรมะ เกี่ยวกะเรื่องกรรมมา
เลยนึกขึ้นได้ และก้อไม่อยากจะลืมเรื่องวันนั้น
และเพื่อเตือนตัวเองด้วย เพราะรุสึกว่าเด๋วนี้เริ่มจาเลวมากไปละ
ตอนนี้หันเข้าหาธรรมะละ ปลงโลก วุ่นวายซะเหลือเกิน
กะจาบวชละ ตอนปิดเทอม สนใจมาติดต่อเราได้นะ หาเพื่อนบวช
(แหม ยังไงก้อยังไม่บรรลุโสดาบันนาเฟ้ย ยังต้องการเพื่อนอยู่)
ปล.เราโดนซ่อมความประพฤติตอน ม.6 เพราะไปสายอยู่เปนนิจ
แล้วมีให้เขียนเรียงความ ความดีที่ฉันเคยทำ เราเขียนเรื่องนี้ไปเว้ย
แล้วต่อท้ายว่า เพราะงี้เลยไปสายไง เหอะๆ อาจารย์ขำเราใหญ่เลย 11/30/2006 ห วิ ด ต า ยวันนี้ตอนหัวค่ำ ขณะอยู่ที่ป้ายรถเมล์เล็กหมอชิต
เรากะลังโทรคุยกะแม่อยู่ รอให้พ่อมารับ
ระหว่างนั้นมีวัตถุนึงถูกปาเฉียดหัวเราไป 2มิล ผมเราปลิวอ่ะ
แบบว่ารุสึกได้ แล้วก้อตกลงแตกบนถนน ปรากดว่าเปนขวดM150
ถ้าแม่งโดนนะ กูสลบชัวร์ ฟันธง!!
พอหันไปที่ตัวต้นเหตุมันเปนคนบ้านั่งอยู่เว้ยย แม่งหัวเราะใหญ่เลย
แล้วสักพักหน้ามานก้อเปี่ยนไป อยู่ดีๆตามานก้อเฉียงขึ้น ยังกะปีศาจ
แล้วยิ้มแบบโรคจิตสัดๆอ่ะ กุไม่ได้เพ้อนาเว้ย แม่งโคดน่ากัวอ่ะ
แล้วมานก้อลุกขึ้นแล้วเดินมาทางเราอ่ะ สยองว่ะ
แล้วกูก้อเหนท่าไม่ดี ก้อเลยเดินหนี แม่งเดินตามอ่ะ
แม่งน่ากัวจิง น่ากัวสุดๆอ่ะ กูเดินเรวสุดชีวิตไปที่ป้ายรถเมล์ใหญ่
แล้วรอให้พ่อมารับ พ่อกูให้กูเดินกลับไปที่ป้ายรถเมล์เดิม
เพราะรถเข้าไม่ได้ กูโคดกัวอ่ะ คนบ้าคนนั้นแม่งโดนฟันหลังเหวอะเลยอ่ะ
ดีนะแม่งโดนวินมอไซด์จับไว้อยู่ กูเลยรีบวิ่งไปขึ้นรถ
รอดมาได้ อย่างหวุดหวิด |
||||||
|
|